ถามราคาแบบคนท้องถิ่น ไม่ต้องชี้มือเดาราคาให้เขินอีกต่อไป
ช้อปปิ้งในเกาหลีโดยไม่รู้ราคา ตรงนี้แหละที่ความเครียดเริ่มก่อตัว ไม่ว่าจะอยู่ที่ตลาดนัมแดมุน รถเข็นขายอาหารข้างทาง หรือร้านสะดวกซื้อ 5 ประโยคนี้ครอบคลุมทุกสถานการณ์เรื่องราคาที่จะเจอ ไม่ต้องพูดเกาหลีเป๊ะขนาดนั้น แค่พอถาม ยืนยัน และไม่เสียเงินเกินก็พอ
이거 얼마예요? — How much is this?
i-geo eol-ma-ye-yo · ใช้เวลาหยิบของที่ไม่มีป้ายราคาขึ้นมาดู ซึ่งเกิดขึ้นตลอดเวลาในตลาดดั้งเดิมและร้านเล็กๆ แม่ค้าจะบอกราคาเป็นภาษาเกาหลีหรือชูนิ้วบอกจำนวนหลักพัน ถ้าเราถือของอยู่ในมือ เขาจะรู้เลยว่าเรากำลังถามเรื่องอะไร
천 원이요? — One thousand won?
cheon won-i-yo · ตัวเลขเกาหลีพูดเร็วและเสียงกลืนกันจนหูใหม่ๆ ฟังไม่ทัน พูดสิ่งที่ได้ยินซ้ำเป็นคำถามช่วยยืนยันและกันความเขินตอนจ่ายเงิน แม่ค้าก็ชอบวิธีนี้เพราะช่วยกันความผิดพลาดเรื่องเงิน ถ้าฟังผิดเขาก็จะแก้ให้ทันทีด้วยการชูนิ้วหรือพูดช้าลงให้
좀 깎아 주세요 — Please give me a discount
jom kkak-ka ju-se-yo · ใช้ได้แค่ในตลาดดั้งเดิมอย่างควังจังหรือทงแดมุน ใช้ไม่ได้กับร้านเชนหรือห้างที่ราคาตายตัว จังหวะสำคัญมาก ให้ถามหลังแม่ค้าบอกราคาแต่ก่อนควักเงินออกมา แม้เขาจะไม่ลดให้ก็ไม่เสียหาย เราลองแล้ว เขาก็มักหัวเราะแล้วให้เกียรติความพยายามนั้น
둘이 만 원이에요? — Two for 10,000 won?
dul-i man won-i-e-yo · ขนมข้างทางหรือถุงเท้ามักมีราคาลดถ้าซื้อหลายชิ้น แต่แม่ค้าไม่ได้ป่าวประกาศตลอด ลองเสนอราคาซื้อยกเป็นเซ็ตเองดู มีโอกาสได้รับคำตอบว่าตกลง โดยเฉพาะช่วงเย็นที่อยากขายของให้หมด เปลี่ยนจำนวนให้ตรงกับที่จะซื้อได้เลย สามชิ้น ห้าชิ้น ตามที่เหมาะสม
거스름돈이요 — My change (you forgot to give it)
geo-seu-reum-don-i-yo · ในตลาดหรือแผงขายอาหารที่คนแน่น แม่ค้าต้องรับมือลูกค้าพร้อมกันหลายคนจนบางทีลืมทอนเงินให้ ไม่ใช่โกงหรอก แค่วุ่นเกินไป พูดคำนี้พร้อมชี้ไปที่เครื่องคิดเงินหรือฝ่ามือตัวเอง จะช่วยให้เขานึกได้ทันทีแล้วขอโทษพร้อมทอนเงินให้
พูดให้ออกเสียงถูก
- ลงท้ายด้วย 요 ไว้เสมอเพื่อความสุภาพ แม้จะรีบก็ห้ามตัดออก
- ตัวเลขเกาหลีออกเสียงสระเร็วและกลืนกัน เช่น 얼마 ฟังคล้าย uhl-mah ไม่ใช่ uhl-mah-ah ที่มีจังหวะหยุดกลางคำ
- ตอนยืนยันราคาให้ลงท้ายเสียงสูงขึ้นเหมือนตั้งคำถามในภาษาอังกฤษ จะฟังดูเป็นคำถามชัดเจนขึ้น
คำถามที่พบบ่อย
- พนักงานร้านสะดวกซื้อพูดราคาเป็นภาษาอังกฤษไหม
- ร้านสะดวกซื้อเชนใหญ่อย่าง CU หรือ GS25 มีป้ายราคาเป็นตัวเลขที่อ่านเข้าใจได้เอง และเครื่องคิดเงินก็โชว์ยอดรวมเป็นตัวเลขดิจิทัล พนักงานอาจรู้ตัวเลขภาษาอังกฤษพื้นฐาน แต่โดยรวมการซื้อของแทบไม่ต้องพูดอะไรเลย เพราะทุกอย่างสแกนผ่านบาร์โค้ด
- เดินตลาดควรพกเงินสดหรือใช้บัตร
- ตลาดดั้งเดิมชอบเงินสดมากกว่า โดยเฉพาะของราคาต่ำกว่าหนึ่งหมื่นวอน แม่ค้าที่นัมแดมุนมักให้ราคาดีกว่าหรือแถมของให้ถ้าจ่ายเป็นแบงก์ บัตรใช้ได้กับแผงใหญ่ๆ แต่เงินสดคล่องตัวกว่าแน่นอน
- ถ้าฟังตัวเลขที่แม่ค้าพูดไม่ออกเลยจะทำยังไง
- ยื่นมือถือที่เปิดแอปเครื่องคิดเลขให้เขาพิมพ์ตัวเลขให้ดู หรือยื่นแบงก์ใบใหญ่ให้เลย เขาจะหยิบเงินที่ถูกต้องแล้วทอนคืนให้ จากนั้นก็ดูตัวเลขบนแบงก์ที่ทอนไว้เรียนรู้สำหรับครั้งหน้าได้
ถาม Solar
โซล




